14/10/56

๙.ตารางแสดงชื่อและลักษณะของพยัญชนะ

ตารางที่ ๒ แสดงชื่อและลักษณะของพยัญชนะ


พยัญชนะ
เสียง
ออกเสียง
ฐาน
กรณ์
ปยตนะ
กวรรค
ก
อโฆสะ
สิถิละ
กัณฐะ
กัณฐะ
ผุฏฐะ
ข
อโฆสะ
ธนิตะ
กัณฐะ
กัณฐะ
ผุฏฐะ
ค
โฆสะ
สิถิละ
กัณฐะ
กัณฐะ
ผุฏฐะ
ฆ
โฆสะ
ธนิตะ
กัณฐะ
กัณฐะ
ผุฏฐะ
ง
วิมุตตะหรือนาสิกะ
กัณฐนาสิก
กัณฐะ
ผุฏฐะ
จวรรค
จ
อโฆสะ
สิถิละ
ตาลุ
ชิวหามัชฌะ
ผุฏฐะ
ฉ
อโฆสะ
ธนิตะ
ตาลุ
ชิวหามัชฌะ
ผุฏฐะ
ช
โฆสะ
สิถิละ
ตาลุ
ชิวหามัชฌะ
ผุฏฐะ
ฌ
โฆสะ
ธนิตะ
ตาลุ
ชิวหามัชฌะ
ผุฏฐะ
ญ
วิมุตตะหรือนาสิกะ
ตาลุนาสิก
ชิวหามัชฌะ
ผุฏฐะ
ฏวรรค
ฏ
อโฆสะ
สิถิละ
มุทธะ
ชิวโหปัคคะ
ผุฏฐะ
ฐ
อโฆสะ
ธนิตะ
มุทธะ
ชิวโหปัคคะ
ผุฏฐะ
ฑ
โฆสะ
สิถิละ
มุทธะ
ชิวโหปัคคะ
ผุฏฐะ
ฒ
โฆสะ
ธนิตะ
มุทธะ
ชิวโหปัคคะ
ผุฏฐะ
ณ
วิมุตตะหรือนาสิกะ
มุทธนาสิกะ
ชิวโหปัคคะ
ผุฏฐะ
ตวรรค
ต
อโฆสะ
สิถิละ
ทันตะ
ชิวหัคคะ
ผุฏฐะ
ถ
อโฆสะ
ธนิตะ
ทันตะ
ชิวหัคคะ
ผุฏฐะ
ท
โฆสะ
สิถิละ
ทันตะ
ชิวหัคคะ
ผุฏฐะ
ธ
โฆสะ
ธนิตะ
ทันตะ
ชิวหัคคะ
ผุฏฐะ
น
วิมุตตะหรือนาสิกะ
ทันต-นาสิกะ
ชิวหัคคะ
ผุฏฐะ
ปวรรค
ป
อโฆสะ
สิถิละ
โอฏฐะ
โอฏฐะ
ผุฏฐะ
ผ
อโฆสะ
ธนิตะ
โอฏฐะ
โอฏฐะ
ผุฏฐะ
พ
โฆสะ
สิถิละ
โอฏฐะ
โอฏฐะ
ผุฏฐะ
ภ
โฆสะ
ธนิตะ
โอฏฐะ
โอฏฐะ
ผุฏฐะ
ม
วิมุตตะหรือนาสิกะ
โอฏฐนาสิกะ
โอฏฐะ
ผุฏฐะ
พยัญชนะอวรรค
ย
โฆสะ
-
ตาลุ
ชิวหามัชฌะ
อีสังผุฏฐะ
ร
โฆสะ
-
มุทธะ
ชิวโหปัคคะ
อีสังผุฏฐะ
ล
โฆสะ
-
มุทธะ
ชิวหัคคะ
อีสังผุฏฐะ
ว
โฆสะ
-
ทันตโอฏฐะ
ทันตะ
อีสังผุฏฐะ
ส
อโฆสะ
-
ทันตะ
ชิวหัคคะ
วิวฏะ
ห
โฆสะ
-
กัณฐะ
กัณฐะ
วิวฏะ
ฬ
โฆสะ
-
มุทธะ
ชิวโหปัคคะ
อีสังผุฏฐะ
อํ
โฆสาโฆสวิมุตตะ
นาสิกะ
นาสิกะ
-


 วิธีสังเกตโดยใช้ตารางที่ ๒
 ๑.  เริ่มตั้งแต่ ก ก่อน จากตารางนี้แสดงให้เห็นว่า ก เป็นเสียงอโฆสะ (เสียงไม่ก้อง) ต้องออกเสียงแบบสิถิละ  (หย่อน) คือ เบาหน่อย เป็นอักษรประเภทกัณฐชะ (เกิดที่คอ) และมีกัณฐะเป็นกรณ์ (คอเป็นอวัยวะช่วยทำเสียง) ใช้ความพยายามให้กรณ์และฐานกระทบกันแรง ๆ จึงมีปยตนะระดับผุฏฐะ.
  ๒. อักษร ข เป็นอโฆสะ เหมือนกัน แต่ต้องออกเสียงแบบธนิตะ (ตึง) คือดังหน่อย  นอกนั้น เหมือนกับ อักษร ก ดังนั้น ข จึงออกเสียงดังกว่า ก เล็กน้อยเพราะเป็นธนิตะ.
๓. อักษร ค เป็นโฆสะ เสียงก้อง แต่ออกเสียงแบบสิถิละ นอกนั้นก็เหมือนกับก และ ข ดังนั้น จึงออกเสียงดังก้องกว่า ก และ ข อีกเล็กน้อย.
๔. อักษร ฆ เป็นโฆสะ แต่ออกเสียงแบบธนิตะ นอกนั้นก็เหมือนกับ ก ข และ ค ดังนั้น จึงออกเสียงดังก้องกว่า ก ข และค อีกเล็กน้อย.
๕ อักษร ง เป็นพยัญชนะที่สุดวรรค ไม่จัดเป็นโฆสะและอโฆสะ อีกทั้งไม่เป็นทั้งธนิตะและสิถิละ ดังนั้นจึงเรียกว่า วิมุตตะ และก็เพราะเกิดในฐานทั้งสองคือทั้งคอของตนและนาสิก (จมูก) มีคอของตนเป็นกรณ์ ดังนั้น จึงเรียกว่า นาสิก เวลาออกเสียงให้เสียงขึ้นทางจมูกเล็กน้อย
๖. ในพยัญชนวรรคที่เหลืออีก ๔ และพยัญชนะอวรรคก็มีนัยเช่นนี้ เปลี่ยนเพียงแต่ฐาน กรณ์ และปยตนะเท่านั้น.
๗. แม้สระ ก็อาศัยนัยนี้เช่นกัน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น