9/5/59

อิตฺถิปจฺจยราสิ กลุ่มศัพท์ที่ลงปัจจัยในอิตถีลิงค์

อิตฺถิปจฺจยราสิ
กลุ่มศัพท์ที่ลงปัจจัยในอิตถีลิงค์

๗๐. อิตฺถิยมตฺวา [1]ฯ
๗๐. ลง อาปัจจัย ในอิตถีลิงค์ ท้ายนามศัพท์อการันต์

อิตฺถิยํ+อโต+อาติ เฉโทฯ อการนฺตนามมฺหา อิตฺถิยํ อาปจฺจโย โหติฯ
สูตรนี้ตัดบทเป็น อิตฺถิยํ + อโต + อา. ความหมายคือ อาปัจจัย ย่อมลง ในอิตถีลิงค์ ท้ายนามศัพท์ที่เป็นอการันต์.

อภาสิตปุเมหิ เกหิจิ สญฺญาสทฺเทหิ นิจฺจํ –
กญฺญา,  ปญฺญา,  สญฺญา,  นาวา,  สาลา,  ตณฺหา,  อิจฺฉา, ภิกฺขา,  สิกฺขา,  คีวา,  ชิวฺหา, วีสา,  ติํสา, จตฺตาลีสา,  ปญฺญาสา อิจฺจาทิฯ
ท้ายสัญญาศัพท์บางศัพท์ ซึ่งไม่เคยกล่าว (หรือใช้ใน) ปุงลิงค์ ลงอาปัจจัยแน่นอน เช่น
กญฺญา = หญิงสาว, ปญฺญา = ปัญญา, สญฺญา =  สัญญา, นาวา =  เรือ, สาลา =  โรง, ตณฺหา = ความอยาก,  อิจฺฉา =  ความปรารถนา, ภิกฺขา =  อาหาร, สิกฺขา =  ข้อปฏิบัติ, คีวา =  คอ, ชิวฺหา =  ลิ้น, วีสา =  ยี่สิบ, ติํสา =  สามสิบ, จตฺตาลีสา =  สี่สิบ, ปญฺญาสา = ห้าสิบ.[2]

ภาสิตปุเมหิปิ สพฺพนาเมหิ ตพฺพา, นีย, ตปจฺจยนฺเตหิ จ นิจฺจํ –
สพฺพา, กตรา, กตมา, อนุภวิตพฺพา, อนุภวนียา, คตา, ชาตา, ภูตา, หูตา อิจฺจาทิฯ
ถึงที่เป็นสัพพนาม บทที่ลงตพฺพ อนีย และ ตปัจจัย แม้จะเคยใช้ในปุงลิงค์ ก็ลงอาปัจจัยแน่นอนเหมือนกัน เช่น
สพฺพา = ทั้งหมด, กตรา = พวกไหน, กตมา = พวกไหน, อนุภวิตพฺพา, อนุภวนียา = พึงเสวย, คตา = ไปแล้ว, ชาตา = เกิดแล้ว, ภูตา = เป็นแล้ว,  หูตา = เป็นแล้ว.




[1] [ก. ๒๓๗; รู. ๑๗๖; นี. ๔๖๖; จํ. ๒.๓.๑๕; ปา. ๔.๑.๔]
[2] สัญญาศัพท์ หมายถึง ชื่อเฉพาะที่นิยมใช้เรียกกันทางโลก ไม่ได้สำเร็จจากธาตุปัจจัยอะไร เป็นศัพท์จำพวกรุฬหี หรือเรียกว่า อนิปผันนปาฏิปทิกะ.  ในที่นี้ หมายถึง สัญญาศัพท์ บางศัพท์ที่ใช้เป็นอิตถีลิงค์อย่างเดียว และจะต้องไม่ใช่เป็นคำที่สามารถนำมาใช้ในปุงลิงค์. ด้วยคำนี้ แสดงว่า ศัพท์เหล่านี้ ใช้เป็นชื่อเรียกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น กญฺญ แล้วลง อา กลายรูปเป็น กญฺญา ความหมาย คือ ผู้หญิง โดยมิต้องคำนึงถึงการสำเร็จรูปว่ามาจากธาตุและปัจจัยใด คือ มิใช่มีความหมายตามศัพท์ว่า ผู้ยังชายให้รักใคร่. ปญฺญา คือ สภาพธรรมที่เรียกว่า ปัญญา, มิใช่ใช้ในความหมายว่า ความรอบรู้ในสังขารทั้งปวง ดังนี้เป็นต้น  จึงเป็นศัพท์อิตถีลิงค์ โดยการลงอาปัจจัยท้ายนามศัพท์เหล่านี้.  แม้จำนวนนับ คือ วีสา เป็นต้น ก็มีรูปเดิมมาจาก วีส และลง อาปัจจัยเพื่อเป็นอิตถีลิงค์เท่านั้น. กรณีนี้ถือเป็นอีกมติหนึ่ง ที่ต่างไปจากวิธีการที่คัมภีร์กัจจายนะและปทรูปสิทธิแสดงไว้ ซึ่งผู้สนใจดูวิธีการลงอาปัจจัยเหล่านี้ได้ในคัมภีร์ปทรูปสิทธิสูตรที่ ๔๑๓. คณเน ทสสฺส ทฺวิติ จตุ ปญฺจ ฉ สตฺต อฏฺฐนวกานํ วีติ จตฺตาร ปญฺญา ฉ สตฺตาส นวา โยสุ โยนญฺจี สมาสํ ฐิริ ตีตุติ, และ๔๑๔ ติ จ ฯ ที่แสดงกระบวนการสำเร็จรูปตามระบบไวยากรณ์ภาษาบาฬีอย่างมีขั้นตอน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น